Eazy Car พัฒนาโมเดล Car Subscription ได้รถป้ายแดง ไม่จุกจิกค่าซ่อม ค่าประกัน

You are currently viewing Eazy Car พัฒนาโมเดล Car Subscription ได้รถป้ายแดง ไม่จุกจิกค่าซ่อม ค่าประกัน

Eazy Car พัฒนาโมเดล Car Subscription ได้รถป้ายแดง ไม่จุกจิกค่าซ่อม ไม่เสียค่าประกัน โชว์ผลการดำเนินงานปี 65 รายได้เติบโตขึ้นกว่า 150% มั่นใจบริการตอบโจทย์คนรุ่นใหม่

 

นายอติคุณ เผอิญโชค แมคโดนัลด์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Eazy Car บริษัท ไทย วี.พี.คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ลูกค้าส่วนใหญ่จะรู้จักบริการ Car Subscription ของบริษัทที่เราให้ลูกค้าใช้รถยนต์แบบสมัครสมาชิก ตามสัญญารายเดือนหรือรายปี ซึ่งขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ลูกค้าเลือก

 

โดย Car Subscription จะรวมค่าใช้จ่ายทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น ค่าประกัน ค่า พ.ร.บ. หรือค่าซ่อมบำรุง ที่เกี่ยวกับรถไว้ในรายเดือนราคาเดียว ซึ่งสมาชิกจะต้องเติมน้ำมันเองเท่านั้น เหมาะสำหรับคนที่ต้องการใช้รถแบบไม่มีภาระ ไม่ผูกมัด สะดวกสบาย วางแผนทางการเงินได้ เมื่อรถมีปัญหาเข้าซ่อม บริษัทก็จะจัดหารถทดแทนให้

 

“ข้อดีของบริการ Car Subscription นั้นลูกค้าสามารถเปลี่ยนรถได้บ่อยตามความต้องการ ซึ่งการใช้รถในลักษณะนี้เป็นที่นิยมของคนทั่วโลก ซึ่ง Eazy Car ได้นำมาปรับใช้ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนไทย ปีที่ผ่านมา เราทำรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 150% จากปี 64 คิดเป็นสินเชื่อมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท และจากมูลค่าสินเชื่อที่เราไปปล่อยไปในช่วง 2 ปีแรก ก็พิสูจน์แล้วว่าบริการนี้กำลังประสบความสำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ ในเมืองไทย”

 

นายอติคุณ กล่าวอีกว่า ในปี 66 นี้ เรายังคงเน้นเรื่องบริการเช่าใช้รถยนต์ระยะยาวด้วยการบุกตลาดลีสซิ่งรถยนต์ผ่านทางด้วยการออกแคมเปญ All New Car Leasing โดยรูปแบบของเรา คือ การออกรถป้ายแดงแบบใหม่ ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ เริ่มต้นดาวน์ 0 บาท โดยรวมค่าใช้จ่ายทุกอย่างที่เกี่ยวกับรถไว้ในรายเดือนราคาเดียว แบบรวมเบ็ดเสร็จ หรือ All-inclusive

โดยมีระยะสัญญา 1-5 ปี ซึ่งลูกค้าไม่ต้องกังวลปัญหาจุกจิกเกี่ยวกับรถ ประหยัดเวลา ช่วยบริหารความเสี่ยง หรือวางแผนการเงินได้ ในตลอดสัญญา ลูกค้าสามารถตัดสินใจซื้อรถได้ทุกเมื่อตามต้องการ หรือเปลี่ยนคันใหม่ หรือสามารถคืนรถให้กับบริษัทฯ เมื่อครบสัญญา


เรามองว่าตอนนี้คนไทยเบื่อกับการออกรถกับไฟแนนซ์แบบเดิมมากแล้ว เพราะต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว ปัจจุบันคนไทยออกรถป้ายแดงเฉลี่ยปีละ 700,000-800,000 คัน รถเหล่านี้ก็จะมีค่าใช้จ่ายต่างๆ ตามมามากมาย ซึ่งบางคนอาจจะคิดไม่ถึง


สิ่งที่ Eazy Car ทำ คือ การ Disrupt ตลาดรถยนต์ และทำให้การมีรถนั้นง่ายขึ้นสบายขึ้น ไม่ต้องเสียเงินไปกับเรื่องจุกจิกต่างๆ เหมือนเดิม ผมเชื่อว่าแคมเปญนี้จะขยายฐานสมาชิกของเราได้เพิ่มขึ้นอีกมากครับ เป้าหมายของเราคือการได้ส่วนแบ่งตลาดรถป้ายแดงราว 5% หรือราว 35,000 คันต่อปีในที่สุด


ขณะเดียวกัน  เราพบว่า ปัจจุบันความต้องการรถยนต์พลังงานไฟฟ้า หรือ EV มีมากขึ้น ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตามยุคสมัย แต่ปัจจุบันการออกรถ EV ถือว่ามีความเสี่ยงกับค่าใช้จ่ายที่ตามมาจึงควรเปลี่ยนรถทุก 3-5 ปี ซึ่งจุดนี้เอง Eazy Car สามารถเข้ามาตอบโจทย์ผู้บริโภคได้


ตอนนี้เราได้เห็นรถใหม่ทยอยออกมาเรื่อยๆ ซึ่งทาง Eazy Car เองก็มีรถ EV ให้บริการเหมือนกัน ปีที่ผ่านมาเราได้จับมือกับพันธมิตรอย่าง MG เพื่อนำรถ MG ZS EV มาให้สมาชิกได้ใช้ สามารถจองและรับรถได้ทันทีเมื่อผ่านการอนุมัติ และยังมีบริการติดตั้งที่ชาร์จให้ฟรีถึงบ้านด้วย


แต่ต้องยอมรับ EV ยังเป็นของใหม่ รถในรุ่นแรกๆ ยังมีความไม่แน่นอนในเรื่องสมรรถนะ คุณภาพและอะไหล่ในระยะยาว ความเสี่ยงเรื่องพวกนี้สูงมาก ดูได้จากค่าประกันที่แพงกว่ารถปกติ ฉะนั้นถ้าผู้บริโภคไม่อยากจะรับความเสี่ยงนี้ ต้องเปลี่ยนรถตามรอบการใช้งานคือ 3-5 ปี ซึ่งจุดนี้เรามั่นใจว่า Eazy Car เราเข้ามาตอบโจทย์ได้ เพราะสมาชิกเราออกรถโดยดาวน์เริ่มต้นแค่ 0 บาท และเลือกคืนรถได้เลยเมื่อครบสัญญา


นายอติคุณ กล่าวอีกว่า เป้าหมายถัดไปของ Eazy Car คือ การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและเสนอขายหุ้นในนามบริษัท ไทย วี.พี. คอร์ปอเรชั่น จำกัด ในเครือบริษัท ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ จำกัด (มหาชน) ภายในปี 2567 โดยเราเชื่อว่าการระดมทุนครั้งนี้จะผลิกโฉมให้ Eazy Car กลายเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดผู้ให้บริการเช่าใช้รถยนต์ระยะยาวอย่างแท้จริง


ที่มา: https://www.thairath.co.th/money/business_marketing/marketing/2674581

Share :